นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Policy)

บริษัท โฟร์แมนอินดัสทรี จำกัด (FOUR MAN INDUSTRY CO., LTD.)
เว็บไซต์: https://www.hoventon.com

บริษัท โฟร์แมนอินดัสทรี จำกัด (“บริษัท” หรือ “เรา”) ผู้ให้บริการเว็บไซต์ Hoventon ให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ผู้ใช้บริการ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง บริษัทจึงจัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ขึ้น เพื่ออธิบายถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงสิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง การเข้าใช้งานเว็บไซต์ การสมัครสมาชิก การติดต่อสอบถาม หรือการสั่งซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ Hoventon จะอยู่ภายใต้นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ตามขอบเขตที่เกี่ยวข้องกับการใช้บริการ

1. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม
บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง จากการใช้บริการเว็บไซต์ หรือจากบุคคลภายนอกที่มีสิทธิเปิดเผยข้อมูลตามกฎหมาย โดยประเภทข้อมูลที่เก็บรวบรวมอาจแตกต่างกันไปตามลักษณะการใช้บริการ ดังนี้

    • 1.1 ข้อมูลระบุตัวตน
      • ชื่อและนามสกุล
      • ชื่อผู้ใช้งานหรือชื่อบัญชีสมาชิก
      • ข้อมูลอื่นที่ใช้ยืนยันตัวตนตามความจำเป็น
    • 1.2 ข้อมูลติดต่อ
      • หมายเลขโทรศัพท์
      • ที่อยู่อีเมล
      • ที่อยู่สำหรับออกเอกสาร ที่อยู่จัดส่งสินค้า หรือที่อยู่สำหรับติดต่อ
      • ข้อมูลติดต่ออื่นที่เจ้าของข้อมูลแจ้งแก่บริษัท
    • 1.3 ข้อมูลการสั่งซื้อและการใช้บริการ
      • รายการสินค้า จำนวนสินค้า และรายละเอียดคำสั่งซื้อ
      • ประวัติการซื้อ การคืนสินค้า การเปลี่ยนสินค้า และการขอรับบริการหลังการขาย
      • ข้อมูลการจัดส่งสินค้าและสถานะการจัดส่ง
      • ข้อมูลการติดต่อสอบถาม ข้อเสนอแนะ หรือข้อร้องเรียน
    • 1.4 ข้อมูลการชำระเงินและธุรกรรม
      • รายละเอียดธุรกรรมการชำระเงิน
      • จำนวนเงิน วันที่ทำรายการ และสถานะการชำระเงิน
      • ข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการตรวจสอบการชำระเงิน การคืนเงิน หรือการออกเอกสารทางบัญชีและภาษี
    • ทั้งนี้ บริษัทจะไม่เก็บข้อมูลบัตรเครดิตหรือข้อมูลทางการเงินที่มีความละเอียดอ่อนเกินความจำเป็น เว้นแต่มีเหตุและฐานทางกฎหมายรองรับ โดยรายละเอียดการเก็บข้อมูลดังกล่าวขึ้นอยู่กับระบบชำระเงินที่บริษัทใช้บริการ
    • 1.5 ข้อมูลทางเทคนิคและการใช้งานเว็บไซต์
      • หมายเลข IP Address
      • ประเภทอุปกรณ์ ระบบปฏิบัติการ และประเภทเบราว์เซอร์
      • วัน เวลา และข้อมูลการเข้าใช้งานเว็บไซต์
      • หน้าที่เข้าชม การค้นหาสินค้า และพฤติกรรมการใช้งานเว็บไซต์
      • ข้อมูลคุกกี้และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน
    • 1.6 ข้อมูลอื่น ๆ
    • บริษัทอาจเก็บรวบรวมข้อมูลอื่นที่เจ้าของข้อมูลให้ไว้โดยสมัครใจ เช่น ข้อมูลที่ปรากฏในข้อความสอบถามหรือเอกสารประกอบการให้บริการ โดยบริษัทจะพิจารณาความจำเป็นและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    • บริษัทไม่มีเจตนาเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว เช่น ข้อมูลสุขภาพ ศาสนา หรือข้อมูลชีวมิติ เว้นแต่มีความจำเป็นและมีฐานทางกฎหมายรองรับตามที่กฎหมายกำหนด

    2. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูล
    บริษัทจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ โดยอาจดำเนินการเพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

    • 2.1 เพื่อสมัครสมาชิก สร้างบัญชีผู้ใช้งาน และจัดการข้อมูลบัญชี
    • 2.2 เพื่อรับคำสั่งซื้อ ตรวจสอบรายการสินค้า ยืนยันคำสั่งซื้อ และดำเนินการขายสินค้า
    • 2.3 เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการชำระเงิน การคืนเงิน การออกใบเสร็จรับเงิน ใบกำกับภาษี และเอกสารที่เกี่ยวข้อง
    • 2.4 เพื่อจัดส่งสินค้า ติดต่อประสานงาน และแจ้งสถานะคำสั่งซื้อ
    • 2.5 เพื่อให้บริการหลังการขาย รับเรื่องร้องเรียน เปลี่ยนหรือคืนสินค้า และแก้ไขปัญหาการใช้บริการ
    • 2.6 เพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า บริการ หรือการตอบข้อซักถามของลูกค้า
    • 2.7 เพื่อปรับปรุงคุณภาพเว็บไซต์ ประสบการณ์การใช้งาน และประสิทธิภาพของบริการ
    • 2.8 เพื่อวิเคราะห์สถิติการใช้งานเว็บไซต์และพัฒนาสินค้าหรือบริการ
    • 2.9 เพื่อป้องกัน ตรวจสอบ และจัดการธุรกรรมที่อาจเข้าข่ายทุจริต การใช้งานที่ผิดกฎหมาย หรือการละเมิดข้อกำหนดการใช้บริการ
    • 2.10 เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย คำสั่งของหน่วยงานรัฐ และหน้าที่ทางบัญชี ภาษี หรือกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
    • 2.11 เพื่อดำเนินการหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และระงับข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น
    • 2.12 เพื่อส่งข่าวสาร โปรโมชั่น หรือข้อเสนอทางการตลาด ในกรณีที่บริษัทมีการดำเนินการดังกล่าวและมีฐานทางกฎหมายรองรับ รวมถึงได้รับความยินยอมเมื่อกฎหมายกำหนด

    บริษัทจะไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งไว้ เว้นแต่จะมีฐานทางกฎหมายรองรับ หรือได้ดำเนินการแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมและขอความยินยอมเมื่อจำเป็นตามกฎหมาย

    3. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยอาศัยฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมกับแต่ละวัตถุประสงค์ ซึ่งอาจรวมถึง

    • 3.1 ฐานสัญญา: เพื่อดำเนินการตามคำขอก่อนเข้าทำสัญญา และปฏิบัติตามสัญญาซื้อขายหรือสัญญาการให้บริการ
    • 3.2 ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย: เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายบัญชีและภาษี
    • 3.3 ฐานประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย: เพื่อรักษาความปลอดภัยของเว็บไซต์ ป้องกันการทุจริต ปรับปรุงบริการ และคุ้มครองสิทธิของบริษัทหรือบุคคลอื่น โดยคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูล
    • 3.4 ฐานความยินยอม: สำหรับกิจกรรมที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม เช่น การตลาดบางประเภทหรือการใช้คุกกี้บางชนิด
    • 3.5 ฐานประโยชน์สำคัญต่อชีวิต: ในกรณีจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล
    • 3.6 ฐานอื่นตามที่กฎหมายอนุญาต: ตามข้อเท็จจริงและความจำเป็นของการประมวลผลแต่ละกรณี

    หากบริษัทจำเป็นต้องใช้ข้อมูลเพื่อทำสัญญาหรือปฏิบัติตามกฎหมาย แต่เจ้าของข้อมูลไม่ให้ข้อมูลดังกล่าว บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอหรือให้บริการบางส่วนได้ โดยบริษัทจะแจ้งให้ทราบเมื่อมีความจำเป็น

    4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่บุคคลภายนอก
    บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานดังต่อไปนี้

    • 4.1 ผู้ให้บริการขนส่งสินค้า เพื่อจัดส่งสินค้าและติดตามสถานะการจัดส่ง
    • 4.2 ผู้ให้บริการชำระเงินหรือสถาบันการเงิน เพื่อประมวลผลและตรวจสอบธุรกรรม
    • 4.3 ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น ระบบเว็บไซต์ ระบบจัดเก็บข้อมูล ระบบอีเมล และระบบรักษาความปลอดภัย
    • 4.4 ผู้ให้บริการวิเคราะห์ข้อมูลหรือการตลาด ในกรณีที่บริษัทใช้บริการดังกล่าวและการเปิดเผยข้อมูลมีฐานทางกฎหมายรองรับ
    • 4.5 ผู้ให้บริการด้านบัญชี กฎหมาย หรือวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของบริษัท
    • 4.6 หน่วยงานรัฐหรือหน่วยงานที่มีอำนาจตามกฎหมาย เมื่อบริษัทมีหน้าที่ต้องเปิดเผยข้อมูล หรือจำเป็นต้องดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมาย
    • 4.7 บุคคลหรือองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้อง เมื่อได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือมีฐานทางกฎหมายรองรับ

    บริษัทจะดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อให้ผู้รับข้อมูลใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด และมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสมตามกฎหมาย

    5. การใช้คุกกี้ (Cookies) และเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน
    เว็บไซต์ Hoventon อาจใช้คุกกี้หรือเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกันเพื่อช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้อย่างเหมาะสม จดจำการตั้งค่าของผู้ใช้ วิเคราะห์การใช้งาน และปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์
    คุกกี้ที่อาจมีการใช้งาน ได้แก่

    • 5.1 คุกกี้ที่จำเป็น: ช่วยให้เว็บไซต์ทำงานได้ตามปกติ เช่น การจัดการเซสชันหรือการรักษาความปลอดภัย
    • 5.2 คุกกี้เพื่อการทำงาน: ช่วยจดจำการตั้งค่าหรือความต้องการของผู้ใช้งาน
    • 5.3 คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์: ช่วยให้บริษัทเข้าใจการใช้งานเว็บไซต์และนำข้อมูลไปปรับปรุงบริการ
    • 5.4 คุกกี้เพื่อการตลาด: ใช้เพื่อวัดผลหรือแสดงเนื้อหาทางการตลาดที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่บริษัทใช้คุกกี้ประเภทนี้

    บริษัทจะขอความยินยอมสำหรับคุกกี้ที่ต้องได้รับความยินยอมตามกฎหมาย โดยเจ้าของข้อมูลสามารถจัดการการตั้งค่าคุกกี้ผ่านเครื่องมือที่เว็บไซต์จัดให้ หรือปรับการตั้งค่าผ่านเบราว์เซอร์ได้ ทั้งนี้ การปิดคุกกี้บางประเภทอาจส่งผลต่อการทำงานของเว็บไซต์สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดดูนโยบายคุกกี้ (Cookie Policy) ของเว็บไซต์ หากมีการจัดทำแยกต่างหาก

    6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล
    บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูล และตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ระยะเวลาในการเก็บรักษาอาจแตกต่างกันตามประเภทข้อมูล เช่น

    • 6.1 ข้อมูลบัญชีสมาชิก: เก็บไว้ตราบเท่าที่บัญชียังใช้งาน หรือเท่าที่จำเป็นสำหรับการจัดการข้อพิพาทและสิทธิเรียกร้อง
    • 6.2 ข้อมูลคำสั่งซื้อและธุรกรรม: เก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นต่อการให้บริการและระยะเวลาที่กฎหมายบัญชี ภาษี หรือกฎหมายอื่นกำหนด
    • 6.3 ข้อมูลการติดต่อและข้อร้องเรียน: เก็บไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในการติดตามและแก้ไขปัญหา
    • 6.4 ข้อมูลทางเทคนิคและคุกกี้: เก็บตามระยะเวลาที่กำหนดไว้สำหรับข้อมูลแต่ละประเภท

    เมื่อพ้นระยะเวลา 3 ปี บริษัทจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามวิธีการที่เหมาะสม เว้นแต่มีเหตุจำเป็นตามกฎหมายให้เก็บรักษาต่อไป

    7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
    บริษัทจะใช้มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม ทั้งในด้านเทคนิคและการบริหารจัดการ เพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข หรือการเปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

    บริษัทจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลเฉพาะบุคคลที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลในการปฏิบัติงาน และจะดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมเมื่อพบเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงแจ้งหน่วยงานกำกับดูแลหรือเจ้าของข้อมูลเมื่อเข้าหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด

    อย่างไรก็ตาม การส่งข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยได้อย่างสมบูรณ์ บริษัทจึงขอให้เจ้าของข้อมูลรักษารหัสผ่านและข้อมูลบัญชีของตนเองอย่างเหมาะสม และแจ้งบริษัททันทีเมื่อสงสัยว่ามีการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต

    8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล
    ภายใต้เงื่อนไขและข้อยกเว้นตามกฎหมาย เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิดังต่อไปนี้

    • 8.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล: ขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน รวมถึงขอทราบแหล่งที่มาของข้อมูลในกรณีที่ไม่ได้เก็บจากตนโดยตรงตามที่กฎหมายกำหนด
    • 8.2 สิทธิในการแก้ไขข้อมูล: ขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
    • 8.3 สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูล: ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ เมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
    • 8.4 สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูล: ขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายกำหนด
    • 8.5 สิทธิในการคัดค้าน: คัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่กฎหมายให้สิทธิไว้
    • 8.6 สิทธิในการถอนความยินยอม: ถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้ได้ โดยการถอนความยินยอมไม่กระทบต่อการประมวลผลข้อมูลที่ดำเนินการไปแล้วโดยชอบด้วยกฎหมายก่อนการถอน
    • 8.7 สิทธิในการขอรับหรือโอนข้อมูล: ขอรับข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบที่กฎหมายกำหนด หรือขอให้ส่งต่อข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น เมื่อเข้าเงื่อนไขตามกฎหมาย
    • 8.8 สิทธิในการร้องเรียน: ร้องเรียนต่อหน่วยงานกำกับดูแลที่มีอำนาจ หากเห็นว่าบริษัทดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลไม่เป็นไปตามกฎหมาย

    เจ้าของข้อมูลสามารถใช้สิทธิโดยติดต่อบริษัทตามช่องทางในหัวข้อ “การติดต่อบริษัท” บริษัทอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบคำขอ ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนและระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด ในบางกรณี บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามคำขอได้ทั้งหมด เช่น กรณีที่จำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้เพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย โดยบริษัทจะแจ้งเหตุผลตามความเหมาะสมและตามที่กฎหมายกำหนด

    9. ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์
    เว็บไซต์ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่เป็นไปตามกฎหมาย หากการประมวลผลข้อมูลจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองหรือบุคคลอื่นตามกฎหมาย บริษัทจะดำเนินการให้ได้รับความยินยอมดังกล่าวก่อนตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากบริษัททราบว่าได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของผู้เยาว์โดยไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย บริษัทจะดำเนินการแก้ไขตามความเหมาะสม

    10. ลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของบุคคลภายนอก
    เว็บไซต์ Hoventon อาจมีลิงก์ไปยังเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มของบุคคลภายนอก ซึ่งมีนโยบายความเป็นส่วนตัวและแนวทางการจัดการข้อมูลเป็นของตนเอง บริษัทไม่สามารถควบคุมการดำเนินงานของเว็บไซต์ดังกล่าวได้ เจ้าของข้อมูลควรอ่านนโยบายความเป็นส่วนตัวของเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มภายนอกก่อนใช้งานหรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

    11. การเปลี่ยนแปลงนโยบายความเป็นส่วนตัว
    บริษัทอาจปรับปรุงนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้เป็นครั้งคราว เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของบริการ เทคโนโลยี หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
    บริษัทจะเผยแพร่นโยบายฉบับปรับปรุงผ่านเว็บไซต์ Hoventon พร้อมระบุวันที่มีผลบังคับใช้ และจะแจ้งให้ทราบเพิ่มเติมเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญตามความเหมาะสมหรือเมื่อกฎหมายกำหนด

    12. การติดต่อบริษัท
    หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว การใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูล หรือการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล สามารถติดต่อบริษัทได้ตามรายละเอียดดังต่อไปนี้
    บริษัท โฟร์แมนอินดัสทรี จำกัด (FOUR MAN INDUSTRY CO., LTD.)

    • เว็บไซต์: https://www.hoventon.com
    • ที่อยู่: บริษัท โฟร์แมนอินดัสทรี จำกัด (สำนักงานใหญ่) 92/5 อาคารสาธรธานี2 ชั้น2 ถนนสาธรเหนือ แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
    • อีเมล: [email protected]
    • หมายเลขโทรศัพท์: (+66) 95-939-6230

    บริษัทจะพิจารณาและดำเนินการตามคำขอหรือข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
    วันที่มีผลบังคับใช้: 22 ตุลาคม 2569

    Scroll To Top
    Close
    Close